ความเชื่อของผู้ใหญ่ ที่ทำให้การเล่นเกมกลายเป็นภาพลบ

ความเชื่อของผู้ใหญ่ ที่ทำให้การเล่นเกมกลายเป็นภาพลบ

เชื่อว่าคอเกมหลายๆ คนน่าจะต้องเคยถกเถียงกับผู้ใหญ่มาพอสมควร ไม่ว่าจะอดีตหรือปัจจุบัน ต่างก็ยังคงคิดเหมือนเดิมว่าการเล่นเกมเป็นสิ่งที่ไม่ดี ไม่เพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น ผู้ปกครองเด็กๆ ต่างประเทศทั่วโลก ล้วนแต่มีความคิดแบบนี้คล้ายๆ กัน จะเป็นด้วยเหตุผลอะไรบ้างนั้น วันนี้เราได้รวบรวมมาให้คุณอ่านกัน

1. เล่นเกมแล้วเสียสายตา

ความเชื่ออันดับ 1 ที่คิดว่าคอเกมส่วนมากต้องเคยได้ยิน นั่นคือการที่ผู้ปกครองมักอ้างว่าเล่นเกมมากๆ จะทำให้สายตาสั้น ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงของสายตาสั้นมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการใช้สายตามองวัตถุในระยะใกล้บ่อยๆ อ่านหนังสือโดยใช้แสงสว่างไม่เพียงพอ แน่นอนว่าการเล่นเกมก็เป็นหนึ่งในสาเหตุเหล่านั้น แต่ก็เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้นเอง

2. การเล่นเกมทำให้นิสัยก้าวร้าว

ถือเป็นความเชื่ออย่างหนึ่งที่อาจยังไม่มีข้อพิสูจน์ 100% แต่อย่างน้อยๆ ก็มีโครงการจัดเรตติ้งเกม เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเล่นเกมรุนแรงก่อนถึงวัยอันควร แม้ปัจจุบัน ยังมีคดีต่างๆ ที่อ้างเกมเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ ซึ่งทุกคดีก็ไม่มีมีเกมเกี่ยวข้องอย่างเดียว แต่ผู้ก่อคดีกลับมีปัญหาทางจิต ปัญหาครอบครัว และอื่นๆ มาปะปนด้วยเสมอ และเมื่อลองมาดูคอเกมคนอื่นๆอี กหลายล้านคนทั่วโลกกลับไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าวพวกนี้เลย ซึ่งเราอาจจะสรุปในภาพรวมได้ว่า เกมรุนแรงอาจมีส่วนทำให้เด็กก้าวร้าวจริง แต่ก็ไม่ใช่สาเหตุหลักเสียเพียงอย่างเดียว

3. การเล่นเกมทำให้เสียสุขภาพ

คนเราจะสุขภาพดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง ซึ่งหากคนที่จัดระเบียบการใช้ชีวิตได้ดี ก็จะแบ่งเวลาออกกำลังกายรักษาสุขภาพได้ แม้ว่าจะเล่นเกมเป็นประจำก็ตาม แต่ถ้าคนที่แบ่งเวลาไม่เป็น เล่นเกมตลอดไม่ออกกำลังกาย ก็ไม่แปลกที่สุขภาพจะแย่ ยิ่งไปกว่านั้น คือ พ่อแม่บางคนยังใช้วิธีหลอกเด็กว่าเครื่องเกม จอคอม ทีวี แผ่รังสีออกมาด้วย หากเล่นมากๆ จะทำให้ป่วย ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้เข้าใจผิดกันไปใหญ่

4. เล่นเกมแล้วจะเหมือนติดยาเสพติด ปัญหาที่แท้จริงแล้ว ทุกอย่างย่อมขึ้นอยู่กับการควบคุมตัวเอง ควบคุมเวลาเล่นให้ได้เท่านั้น เราต้องเล่นเกมอย่างมีวินัย ไม่ใช่ให้เกมมาเล่นเรา หากรู้จักควบคุมตัวเองไม่ได้ แบ่งเวลาเล่นเกมไม่ได้ จริงจังกับเกมจนเกินไปจนไม่เป็นอันทำอะไร ก็ไม่ต่างอะไรกับคนติดยาเสพติดนั่นเอง ซึ่งรูปแบบนี้มันไม่ได้มีแค่เกมเท่านั้น บางคนจริงจังกับภาพยนตร์และอื่นๆ จนติดงอมเหมือนติดเกมก็มีถมไป ขึ้นอยู่กับระดับความหมกมุ่น ว่าเราใช้เวลากับสิ่งนั้นๆ จนไม่สนใจสิ่งอื่นๆ มากแค่ไหน เพราะสุดท้ายแล้ว เกมก็เป็นแค่อุปกรณ์บันเทิงอย่างหนึ่งเท่านั้นเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *